หลักฐานทางประวัติศาสตร์

คลิกที่ภาพเพื่อเปิดอ่านในรูปแบบ E-Book

หลักฐานทางประวัติศาสตร์  หมายถึง  ร่องรอยของสิ่งที่มนุษย์ประดิษฐ์  สร้างสรรค์  รวมทั้งร่องรอยของพฤติกรรมที่เกิดขึ้นในอดีต  และเหลือตกค้างมาถึงปัจจุบัน  ซึ่งสามารถใช้เป็นเครื่องนำทางในการศึกษา  สืบค้น  แสวงหาข้อเท็จจริงเกี่ยงกับเรื่องราวในอดีตของมนุษย์ได้ในระดับหนึ่ง

หลักฐานทางประวัติศาสตร์ของไทยแบ่งออกเป็น  2   ประเภท  ตามแบบสากล คือ

1.หลักฐานที่เป็นลายลักษณ์อักษร ได้แก่  จารึก  บันทึก  จดหมายเหตุร่วมสมัย  ตำนาน  พงศาวดาร  วรรณกรรมต่างๆ  บันทึกความทรงจำ  เอกสารราชการ  หนังสือพิมพ์  กฎหมาย  งานวิจัย  งานพิมพ์ทางประวัติศาสตร์ เป็นต้น  (  ผนังถ้ำที่เป็นรูปวาดแต่สามารถแปลความหมายได้  จะถือว่าเป็นหลักฐานที่เป็นลายลักษณ์อักษร  เช่น  ผนังขิงสุสานฟาโรห์  )

2. หลักฐานที่ไม่เป็นลายลักษณ์อักษรได้แก่  หลักฐานทางโบราณคดี  หลักฐานจากการบอกเล่าและสัมภาษณ์  หลักฐานด้านศิลปกรรม  สถาปัตยกรรม  นาฏกรรมและดนตรี  หลักฐานทางมานุษยวิทยาและสังคมวิทยา  เช่น  ขนบธรรมเนียมประเพณี  คติความเชื่อ  วิถีชีวิตของกลุ่มชนต่างๆ  ฯลฯ  (  กำแพงเมือง  เมืองโบราณ  โครงกระดูก  นับว่าเป็นหลักฐานที่ไม่เป็นลายลักษณ์อักษร )

แบ่งตามยุคสมัย

  1. หลักฐานสมัยก่อนประวัติศาสตร์ คือ หลักฐานที่เกิดขึ้นในสมัยที่ยังไม่มีการบันทึกเป็นอักษร แต่เป็นพวกซากโครงกระดูกมนุษย์ ซากสิ่งมีชีวิตต่างๆ เครื่องมือ เครื่องใช้ เครื่องประดับ ร่องรอยการตั้งถิ่นฐานของชุมชน ตลอดจนความพยายามที่จะถ่ายทอดประสบการณ์ของมนุษย์ก่อนประวัติศาสตร์ ในลักษณะของการบอกเล่าต่อๆกันมา เป็นนิทานหรือตำนานซึ่งเราเรียกว่า “มุขปาฐะ”
  2. หลักฐานสมัยประวัติศาสตร์ คือ หลักฐานสมัยที่มนุษย์สามารถประดิษฐ์ตัวอักษร และบันทึกในวัสดุ ต่างๆ มีร่องรอยที่แน่นอนเกี่ยวกับสังคมเมือง มีการรู้จักใช้เหล็ก และโลหะอื่นๆ มาเป็นเครื่องมือใช้สอยที่ปราณีต มีร่องรอยศาสนสถานและประติมากรรมรูปเคารพในศาสนาอย่างชัดเจน
แบ่งตามลำดับความสำคัญ

1. หลักฐานชั้นต้นหรือหลักฐานปฐมภูมิ (Primary sources) หมายถึง หลักฐานที่บันทึก สร้าง หรือจัดทำขึ้น โดยผู้เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นั้นโดยตรง หรือบ่งบอกให้รู้ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในสมัยนั้นจริงๆ ทั้งที่เป็นลายลักษณ์อักษร เช่น สนธิสัญญา บันทึกคำให้การ จดหมายเหตุ กฎหมาย ประกาศของทางราชการ ศิลาจารึก จดหมายโต้ตอบ และที่ไม่เป็นลายลักษณ์อักษร เช่น ภาพเขียนสีผนังถ้ำ เครื่องมือเครื่องใช้ เครื่องประดับ เจดีย์

2. หลักฐานชั้นรองหรือหลักฐานทุติยภูมิ (Secondary sources) หมายถึง หลักฐานที่เกิดจากการนำหลักฐานชั้นต้นมาวิเคราะห์ ตีความเมื่อเวลาผ่านพ้นไปแล้ว ได้แก่ ตำนาน พงศาวดาร

นักประวัติศาสตร์บางท่านยังได้แบ่งหลักฐานประวัติศาสตร์ออกไปอีกเป็น หลักฐานชั้นที่สามหรือตติยภูมิ (Tertiary sources) หมายถึง หลักฐานที่เขียนหรือรวบรวมขึ้น จากหลักฐานปฐมภูมิและทุติยภูมิ เพื่อประโยชน์ในการศึกษาอ้างอิง เช่น สารานุกรม หนังสือแบบเรียน และบทความทางประวัติศาสตร์ต่างๆ

หลักฐานทางประวัติศาสตร์ในแต่ละภูมิภาคต่างๆของโลก

หลักฐานประวัติศาสตร์สมัยโบราณ เป็นสมัยเริ่มต้นอารยธรรมของมนุษย์ในภูมิภาคต่างๆ ในแต่ละภูมิภาคต่างๆของโลก

หลักฐานประวัติศาสตร์จีนสมัยโบราณ

1. หลักฐานลายลักษณ์อักษรในสมัยราชวงศ์ชาง ปรากฏเป็นอักษรภาพจารึกตาม กระดองเต่า กระดูกสัตว์ และภาชนะสำริดที่ใช้ในพิธีกรรมต่างๆ ผู้จารึกมักเป็นกษัตริย์และนักบวช โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อกระทำพิธีเสี่ยงทายเกี่ยวกับสภาวะของบ้านเมืองในขณะนั้น เช่น สภาวะการเพราะปลูก สภาพวะทางธรรมชาติ การเมืองและการสงคราม

2. สื่อจี้หรือบันทึกของนักประวัติศาสตร์เขียนโดยสื่อหม่าเฉียนโดยมีวัตถุประสงค์ในการบันทึกงานประวัติศาสตร์ของจีนคือการศึกษาพฤติกรรมของผู้นำจีนกับปรากฎการณ์ธรรมชาติเพื่อศึกษาเป็นบทเรียนของชนชั้นปกครอง

3. สุสานจักรพรรดิฉินซื่อหวงตี้ หลักฐานที่ค้นพบ คือ รูปทหารดินเผาจำนวนมากกว่า 6,000 รูป รูปม้าศึก รถศึก จัดระบบทหารตามแบบกองทัพสมัยราชวงศ์ฉิน รูปปั้นทหารที่ค้นพบจะมีลักษณะหน้าตาที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะแต่ละคน เครื่องแต่งกายมีลักษณะเหมือนจริงและมีการเขียนด้วยสี นอกจากหลุดรูปปั้นทหารแล้วยังมีสุสานจักรพรรดิ

หลักฐานทางประวัติศาสตร์อินเดียสมัยโบราณ

จะมีหลักฐานทางโบราณคือ เมืองโบราณโมเฮนโจดาโรและฮารัปปา คัมภีร์พระเวทของชาวอารยัน ศิลาจารึกของพระเจ้าอโศกมหาราช

หลักฐานทางประวัติศาสตร์ตะวันตกสมัยโบราณ

มีปรากฎในรูปแบบของตัวอักษรของอักษรคูนิฟอร์มของเมโสโปเตเมีย อักษรเฮียโรกลิฟิกของอารยธรรมอียิปต์ อักษรกรีกและอักษรโรมัน เช่น ประมวลกฏหมายฮัมมูราบี บันทึกกระดาษปาปิรุส งานประวัติศาสตร์ของกรีก - โรมัน

หลักฐานทางประวัติศาสตร์สมัยกลาง

หลักฐานจีนสมัยกลาง

หลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญ ได้แก่ งานบันทึกประวัติศาสตร์ราชวงศ์ หลักฐานแหล่งโบราณคดีถ้ำพุทธศิลป์ ในสมัยราชวงศ์ฮั่นตะวันออก พระพุทธศาสนาได้เผยแพร่เข้ามาในประเทศจีน โดยผ่านเส้นทางสายไหมในเอเชียกลาง

หลักฐานประวัติศาสตร์อินเดียสมัยกลาง

หลักฐานประวัติศาสตร์อินเดียสมัยกลาง ได้แก่ ประวัติของชาห์ ฟีรุส งานวรรณกรรมของอะมีร์ คุสเรา

หลักฐานประวัติศาสตร์ตะวันตกสมัยกลาง

ยุโรปสมัยกลางเป็นสังคมภายใต้การครอบงำของคริสต์ศาสนา และระบบฟิวดัล ดังนั้นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ในช่วงเวลานี้จึงเกิดขึ้นในสภาพสังคมดังกล่าว หลักฐานทางประวัติศาสตร์ในสมัยกลาง บันทึกด้วยภาษาละติน ซึ่งใช้สืบเนื่องมาตั้งแต่สมัยโรมัน หลักฐานทางประวัติศาสตร์ในสมัยนี้มีหลายประเภท เช่น บันทึกของโบสถ์ คัมภีร์ทางศาสนา วรรณกรรมสดุดีวีรกรรมของอัศวิน เอกสารของทางราชการ

หลักฐานประวัติศาสตร์ในสมัยใหม่และสมัยปัจจุบัน

หลักฐานประวัติศาสตร์สมัยใหม่ของจีน

 เริ่มขึ้นในสมัยราชวงศ์หมิง ราชวงศ์ชิง จนถึงปัจจุบัน ได้แก่ งานวรรณกรรมของหลู่ซุ่น เอกสารแถลงการณ์ร่วมประชุมระหว่างประมุขแห่ง/ผู้นำรัฐบาลอาเซียนกับประธานาธิบดีสาธารณรัฐประชาชนจีน ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์

หลักฐานทางประวัติศาสตร์อินเดียสมัยใหม่และสมัยปัจจุบัน

เริ่มต้นด้วยการที่พวกโมกุลสถาปนาราชวงศ์โมกุลจนถึงสมัยอังกฤษปกครองอินเดีย และได้รับเอกราชจนถึงปัจจุบัน หลักฐานที่สำคัญได้แก่ ประวัติของอักบาร์ พระราชโองการของพระราชินีวิกตอเรีย

หลักฐานทางประวัติศาสตร์ตะวันตกสมัยใหม่และสมัยปัจจุบัน

หลักฐานที่ปรากฎได้แก่ คำประกาศสิทธิมนุษยชนและพลเมือง สนธิสัญญาแวร์ซาย เป็นต้น

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s